ที่เที่ยวสวยในยุโรป

ที่เที่ยวสวยในยุโรป ทำความรู้จักมอนเตเนโกร เมืองลับๆ ของยุโรปตะวันออกเฉียงใต้

ที่เที่ยวสวยในยุโรป มอนเตเนโกรประวัติเป็นอย่างไร?

ที่เที่ยวสวยในยุโรป มอนเตเนโกรนั้น ความหมายของชื่อนี้แล้ว มีความหมายว่า ภูเขาสีดำ ประเทศตั้งอยู่บริเวณยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ มีอาณาเขตติดทะเลเอเดรียติก และติดกับพรมแดนโครเอเชียทางทิศตะวันตก บอสเนียและเฮอร์เชโกวีน่าทางทิศเหนือ ประเทศแห่งนี้มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า            พอดกอรีตซ่า เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศนั้นเอง

ในอดีตนั้นชาวมอนเตเนโกร ได้รับการบันทึกเอาไว้ในศตวรรษที่ 10 ในฐานะรัฐอิสระที่ชื่อว่า ดูเคลีย ( Duklija ) จากกลุ่มชนเผ่านี้ ได้ขยายมาเป็นการมีกษัตริย์เกิดขึ้นในเวลาต่อมา โดยมีสมเด็จพระสันตะปาปาเกรกอรี่ที่ 7 เป็นคนรับรองสถานะความเป็นอิสระ ของรัฐดูเคลียนั้นเอง และยอมรับพระเจ้ามีไฮโลแห่งดูเคลีย ในการปกครองดินแห่งนี้เมื่อปี ค.ศ. 1077

จนกระทั่งต่อมาในช่วงศตวรรษที่ 15 อาณาจักรแห่งนี้ได้ถูกชาวออตโตมัน เข้ารุกรานในดินแดนแถบนี้ และยึดครองมาตลอดจนถึง ศตวรรษที่ 19 ที่มอนเตเนโกร ต้องการที่จะประกาศอิสระภาพ จากการปกครองของออตโตมัน

และได้สนับสนุนให้รัสเซีย มีอำนาจมากกว่าเดิมในแถบคาบสมุทรบอลข่าน  เพื่อมาคานอำนาจออตโตมัน ที่ปกครองดินแดนในบริเวณนี้นั้นเอง ด้วยแผนที่ต้องการอิสระภาพนั้น มอนเตเนโกรได้รวมประเทศเข้ากับเซอร์เบีย

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 1918 และได้รวบรวมประเทศอื่นๆ ที่มีเชื้อสายชาวสลาฟ ในดินแดนแถบนี้รวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งยูโกสลาเวียปกครอง แต่ต่อมาด้วยพระองค์เอง

ทำการยุบสภาและปกครองแบบเผด็จการ จึงนำพามาซึ่งความไม่พอใจ จนในที่สุดพระองค์ก็ได้ ถูกปลงพระชนม์โดยพวกโครแอตชาตินิยม ขณะที่พระองค์เสด็จไปเยือนฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1934 จึงทำให้พระโอรสวัย 11 ชันษา

ต้องขึ้นครองราชต่อจากบิดานั้นเอง หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 จักรวรรดิออตโตมันได้ล่มสลายไป ดินแดนในแถบนี้ที่รวมกัน เป็นกลุ่มชาวสลาฟ ได้เข้าสู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ยูโกสลาเวีย ได้ถูก ยอซิป บรอช ( Josip Broz )

ข้ายึดครองยูโกสลาเวีย เพื่อพาประเทศไปสู่ระบบสังคมนิยม ในแบบสหภาพโซเวียต ที่ช่วงเวลานั้นกำลังเดินขึ้นนั้นเอง และในวันที่ 31 มกราคม 1946 ได้มีการเปลี่ยนชื่อประเทศใหม่ว่า สาธารณรัฐสังคมนิยมโยโกสลาเวีย

จนกระทั่งต่อมาภายหลังสงครามเย็นจบลง ประเทศต่างๆที่เคยอยู่ภายใต้ การปกครองของโยโกสลาเวีย ทำให้แตกออกมาเป็นประเทศต่างๆ รวมถึงมอนเตเนโกรเอง ที่ได้รับเอกราชเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2006 โดยมีประเทศในเครือสหภาพยุโรป รองรับและมอนเตเนโกรเอง ได้เข้าร่วมกับสหประชาชาติอีกด้วยในเวลาต่อมา ในอันดับประเทศที่เข้าร่วมเป็นอันดับที่ 192 นั้นเอง

ที่เที่ยวสวยในยุโรป

ที่เที่ยวสวยในยุโรป มอนเตเนโกรมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างไร?

โดยเดิมทีนั้นประเทศเล็กๆนี้ เป็นเพียงรัฐๆหนึ่งที่ถูกล่าอาณานิคม โดยจักรวรรดิออตโตมัน ที่ซึ่งในเวลานั้นมีอำนาจอย่างมาก ในโลกตะวันออก กลาง จนถึงยุโรปตอนกลางนั้นเอง และจากเกิดการรวมตัวกันขึ้นมา ของประเทศในหมู่ชาวสลาฟ ที่มีเชื้อสายเหมือนกัน จึงได้เป็นการจัดตั้งประเทศขึ้นมาใหม่ จากการรวบรวมดินแดนในแถบนี้นั้นเอง หลังจากที่ได้เอกราชกลับมา จากจักรวรรดิออตโตมัน

ได้เกิดเป็นกลุ่มประเทศสังคม นิยมขึ้นมาแทน มอนเตเนโกรเองก็ต้องทำตามนโยบาย ส่วนใหญ่ยอมรับระบบสังคมนิยม ที่ได้รับอิทธิพลมาจากรัสเซียในเวลานั้นเอง โดยที่ผู้นำของกลุ่มประเทศชาวสลาฟนี้ ได้พาประเทศเข้าสู่สงครามเย็น

เกิดปัญหาความขัดแย้งในเรื่องอุดมการณ์ และเรื่องอาณาเขตแต่เดิมนั้นเอง ทำให้ช่วงสงครามเย็นนี้เอง เหล่าประเทศในแถบคาบสมุทรบอลขาน นั้นเกิดเป็นสงครามกลางเมืองขึ้นอยุ่บ่อยครั้ง แต่ถึงแม้การปกครองส่วนรวมจะเป็นแบบไหน

มอนเตเนโกรเองก็มีการปกครองของตัวเอง ที่สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่หลังจากที่สงครามเย็นได้จบลง ลัทธิคอมมิวนิสต์ได้ล่มสลายลง ส่งผลให้ประเทศต่างๆ ที่อยู่ในเครือประเทศกลุ่มชาวสลาฟนี้ ได้พร้อมใจกันแยกตัวออกเป็น

ประเทศอิสระและปกครองตนเอง ไม่ว่าจะเป็นประเทศ ยูโกสลาเวีย โครเอเชีย สโลโวเนีย บอสเนีย และ มาซิโดเนีย รัฐทั้งหลายนี้ได้แตกออกมาเป็น ประเทศขนาดเล็กที่ปกครองด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ได้ยึดโยงอยู่กับใครเหมือนในอดีต มอนเตเนโกรเองได้กลับมามีเอกราชอีกครั้ง หลังจากที่ตกอยู่ภายใต้คนอื่น เป็นเวลาหลายร้อยปีเลยทีเดียว กว่าจะได้มาซึ่งอิสระภาพนั้นเอง

มอนเตเนโกร สถานที่ท่องเที่ยว เป็นอย่างไร?

มอนเตเนโกร นั้นก็มีประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ ในแบบฉบับชาวเชื้อสายสลาฟ ที่อยู่อาศัยในดินแดนแถบนี้นั้นเอง สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี้อุดมไปทั้งธรรมชาติ และสถาปัตยกรรม อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ ด้วยที่ตั้งติดริมทะเลเอเดรียติก จึงทำให้วิวทิวทัศนฺ์ของเมืองหลวงนั้น มีธรรมชาติล้อมรอบเมืองนี้เอาไว้นั้นเอง สถานที่แรกคือ เมืองพอดกอรีตซา ( Podgorica )

เป็นเมืองหลวงของประเทศนี้ ที่มีความสวยงามทั้งเทือกเขาและแม่น้ำ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางแห่งยุคใหม่อีกด้วย รวมถึงโซนเมืองเก่าที่มีสถาปัตยกรรม ที่ปัจจุบันยังคงอยู่ได้รับการบูรณะอยู่ตลอด

นั้นคือโบสถ์แห่ง การฟื้นคืนชีพของพระเยซู ( Cathedral of the Resurrection of Chirst ) เป็นโบสถ์ออร์โธดอกซ์ ที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวคริสต์ที่มีรูปแบบ การ ก่อสร้างที่ทำจากหิน เรียงซ้อนกันขึ้นไปจนเกิดความแข็งแกร่ง นอกจากนี้เมืองหลวงนี้ยังมี น้ำตกไนแองการ่าแห่งมอนเตเนโกร ( Niagara Waterfall of Montenegro ) เป็นน้ำตกที่มีลักษณะคล้าย

น้ำตกแองการ่าในอเมริกาเหนือ จึงเป็นที่กล่าวขานกันว่าเป็น น้ำตกแห่งมอนเตเนโกร ที่มีขนาดไม่ใหญ่เท่าของจริงในอเมริกาเหนือ แต่ก็สวยงามไม่แพ้กันเลยทีเดียว สถานที่ต่อไปคือ เมืองกอตอร์ ( Kotor ) เป็นเมืองที่เก่าแก่กว่า 2,000 ปี

ด้วยอารยธรรมกรีกและโรมัน ที่เคยปกครองดินแดนนี้ เป็นเมืองท่าชายฝั่งที่สำคัญ ติดต่อการค้ากับทะเลเอเดรียติก และโอบล้อมด้วยภูเขา นับว่าเมืองแห่งนี้มีความสวยงามทางธรรมชาติ และมีอ่าวกอเตอร์ที่เป็นจุด ดึงดูดอันสำคัญให้กับเมืองนี้เลยทีเดียว กำแพงเมืองและป้อมกอเตอร์ ถูกสร้างเอาไว้เพื่อป้องกันการโจมตี นับว่าเป็นกำแพงที่เก่าแก่และสมบูรณ์แบบ

ที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว โบสถ์แห่งกอเเตอร์ เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกอันเก่าแก่ ที่มีอายุกว่า 800 ปี ภายในยังคงมีการประกอบ พิธีกรรมทางศาสนา และเป็นที่เก็บรวบรวมผลงานศิลปะ ของศาสนาเอาไว้ด้วยเช่นกัน

เราไปกันต่อที่ เมืองบุดวา ( Budva ) เมืองแห่งนี้เป็นที่ได้รับ ความนิยมอย่างมากเพราะด้วยเป็นเมืองชายฝั่ง ที่มีความสวยงามอย่างมาก หาดทรายสีขาวและทะเลสีมรกต และด้วยบรรยากาศริมทะเล ที่ชวนให้นักท่องเที่ยว รู้สึกผ่อนคลายไปกับบรรยากาศของที่นี้ อย่างที่ บุดวาริเวียร่า ( Budva Riviera ) ชายหาดทะเลเอเดรียติก ที่มีความยาวกว่า 35 กิโลเมตร ที่นี้ขึ้นชื่อว่าเป็นชายหาด

ที่มีความสวยที่สุดในประเทศ ในระหว่างการเดินหาดทราย เราก็จะได้เห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบของเมืองบุดวาได้นั้นเอง สเวติ สเตฟาน  ( Sveti Stefan ) เป็นเกาะที่เกิดขึ้นกลางทะเลเอเดรียติก ที่โดดเด่นและมีทางเชื่อมกับชายฝั่ง

ของเมืองบุดวานั้นเอง บนเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยที่พักและร้านอาหารดีๆ ที่ขึ้นชื่อของที่นี้ไว้รวมกันยังบนเกาะนี้ ด้วยทางเชื่อมของเกาะนั้น เป็นหาดทรายสีขาว อันเป็นเกาะที่มีความโดดเด่น มากเลยทีเดียว สถานที่สุดท้ายคือ เขตเมืองเก่าบุดวา ( Budva Old Town )

เป็นเขตเมืองเก่ากว่า 2,000 ปี และยังคงรักษาสถานปัตยกรรม แบบยุโรปกลางเอาไว้อย่างดี ตัวเมืองมีความยาวไปจนถึงทะเล มีซากกำแพงเมืองที่ยังคง โดดเด่นสวยงามเหมือนดั่งในอดีต ที่บริเวณนี้ยังคงมีชีวิตชีวา สถานที่ท่องเที่ยวมอนเตเนโกร ไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่เป็นไฮไลท์ของที่นี้ เต็มไปด้วยดินแดนประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่สวยงามนั้นเอง

ที่เที่ยวสวยในยุโรป

ปัจจุบันมอนเตเนโกรเป็นอย่างไร?

ถึงแม้จะเป็นเพียงประเทศขนาดเล็ก แต่ทว่าการส่งออกนั้นกลับเป็น เศรษฐกิจหลักของประเทศ รวมทั้งการท่องเที่ยวอีกด้วย ที่เป็นส่วนช่วยอย่างหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยจำนวนประชากรของประเทศ ที่มีเพียง 622,350 คน กับขนาดพื้นที่เพียง 14,026 ตารางกิโลเมตร ทำให้ประชากรในประเทศ ค่อนข้างแออัดกับพื้นที่ ด้วยการเข้าร่วมกับสหประชาชาติ ทำให้ประเทศนี้ได้รับการช่วยเหลือมากมาย และสามารถพยุงตัวเอง ให้รอดพ้นจากความยากจนนั้นเอง

สรุปการเดินทางท่องเที่ยวมอนเตเนโกรเป็นอย่างไร?

ด้วยที่ตั้งภูมิประเทศ ทำให้ประเทศแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ ทางด้านธรรมชาติและศิลปวัฒนธรรม นับว่าเป็นอีกประเทศหนึ่งเลย ที่มีการท่องเที่ยวดึงดูดนักท่องเที่ยว จากทั่วโลกเป็นอย่างมาก ด้วยที่ตั้งเมืองส่วยใหญ่จะเป็นอ่าว และติดกับชายฝั่งทะเล จึงทำให้เมืองแต่ละเมืองนั้น มีลักษณะที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ในเรื่องของความสวยงามและธรรมชาตินั้นเอง หากใครที่มองหาทริปวันหยุดยาว

สำหรับการพักผ่อนในช่วงวันหยุด มอนเตเนโกรเป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง ที่จะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอนจึงทำให้ มองว่า มอนเตเนโกร เป็นประเทศที่มีความโดดเด่น ทางด้านการท่องเที่ยวอย่างมาก ถึงแม้จะเป็นประเทศขนาดเล็กก็ตาม

แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ ของประเทศนี้เอาไว้ได้ ไม่ว่าจะเป็นความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์ อีกแห่งหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว ด้วยอารยธรรมอันเก่าแก่ ในดินแดนแถบนี้จึงเหมือนเป็น รากฐานทางสังคมอย่างหนึ่ง ที่ส่งต่อพวกเขานับพันปีเลยทีเดียว

สถานที่ท่องเที่ยวดีๆ

เปิดกรุเกมเก่า